ลาบวชละเน้อ

posted on 05 Mar 2012 14:39 by ninjakho in OterNoteS directory Fiction, Lifestyle, Idea
เนื่องในโอกาสใกล้วันขึ้นปีใหม่ไทยปีนี้ และประจวบเหมาะกับช่วงชีวิตที่ใช้งานอย่างมาพอสมควร
ในวันที่ 29, 30, 31 มีนาคม 2555 นี้ กระผมขอลาบวชละนะเอ้อ! พี่น้อง Cool
 
หรืออาจจะเรียกได้ว่า เอ็นทรีนี้เป็น เอ็นทรีส่งท้าย ก่อนจะหายหน้าหายตาไปแบบยาวๆ ถึงช่วงปลายปีโน่นเลย
(ถึงอยู่หน้าคอม แต่ก็ชอบ "ดองบล็อค" ตัวเองอยู่ดี... Foot in mouth)
ก็เลยจะมาว่ากันด้วยเรื่องของประเพณีไทยที่ผู้ชายไทยหลายๆ คน ต้องเคยได้ยินและสัมผัสมาบ้างแล้ว
นั่นคือเรื่อง "ชาย-ผ้าเหลือง" ครับ
(อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ ชายผ้าเหลือง โดย พระอาจารย์วิเชียร วชิรปัญโญ)
 
ชาย-ผ้าเหลือง
ประเพณีไทยแต่โบราณกาล กล่าวว่าเมื่อชายไทยอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ มีภาวะทางอารมณ์และความคิด ในการใช้เหตุและผลในการแก้ไขปัญหา พร้อมที่จะออกเรือนไปสร้างครอบครัวและประกอบอาชีพทำมาหากิน
 
หากแต่ยังคงมีสิ่งหนึ่ง ที่เป็นดั่งเปลวเพลิงลุกโชติช่วง สว่างไสวราวกองเพิลขนาดใหญ่ ที่ช่วยขับดันชีวิตให้มีความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน และว่องไวราดเปรียว
 
ไฟที่ว่านั่นคือ "ความคะนอง"
 
ความคะนอง ไม่ว่าจะเป็น ด้วยอายุที่น้อย อารมณ์ที่ไม่คงที่ หรือเครื่องดื่มเมรัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้สิ่งสำคัญที่ใช้ในการช่วยตัดสินใจแก้ปัญหาของคนเราขาดหายไป นั่นคือ "สติ"
 
ดังนั้นการบวชเข้าวัด จึงมีนัยแอบแฝงอยู่ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระศาสนาอย่างแน่นแฟ้นเนิ่นนาน คือ"ให้วัยรุ่นได้ใช้ความคิด สติปัญญา สำรวจตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถึงการกระทำใดๆ รวมถึงความคิดในปัจจุบัน อย่างระมัดระวังและสำรวมเป็นสำคัญ"อีกทั้งการอยู่ใกล้ชิดกับพระสงฆ์ จึงทำให้ได้เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติประจำวัน และศาสตร์ความรู้ต่างๆ ที่ร่ำเรียนกันนั่นเอง (เมื่อก่อนไม่มีโรงเรียน ต้องมาเรียนที่วัดกับพระสงฆ์)
 
แถวบ้านผมเองนั้น จะมีพิธีการบวชหลายขั้นตอนเหมือนกัน แต่จะแตกต่างจากที่อื่นๆ อย่างไรนั้น ผมคงไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่าเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าผมจะเล่าให้ฟังคงดีกว่า
 
ก่อนบวชนั้น เป็นธรรมดาที่ผู้บวชจะมาขอบวชกับพระ ในวัดที่ต้องการจะจำวัดในช่วงระยะเวลาที่ตัวเองครองจีวร โดยการสอบถามข้อสงสัยต่างๆ ตั้งแต่เรื่องพิธีการ, วัตรปฏิบัติประจำวันของวัดที่เราจะบวช หรือรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องการเข้าใช้โบสถ์เพื่อทำวัตรเช้า-เย็น หรือการที่สามารถเข้าไปอ่านพระไตรปิฏกได้หรือไม่ (บางวัดจะใส่ตู้ล็อคกุญแจเรียบร้อย หรือไม่ตู้พระไตรปิฏกก็อยู่ในโบสถ์ แต่ล็อคกุญแจโบสถ์เรียบร้อยกันขโมยเช่นเดียวกัน)
 
หากเป็นที่พอใจแล้วว่า จะสามารถอำนวยประโยชน์ต่อวัตรประจำวันในการบวชพระของเราแล้ว จึงเตรียมตัวในขั้นตอนต่อไป
 
ขั้นต่อไปคือการกระจายข่าวมงคลออกไป ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าตาทางสังคม (หากคุณไม่คิดอะไรมากในเรื่องนี้ ปล่อยผ่านไปได้เลย) อาจจำเป็นต้องจัดโต๊ะจีน มโหรสพบัญเทิงต่างๆ อันนี้จะจัดมากจัดน้อยก็ตามแต่แรงกำลังทรัพย์ของแต่ละเจ้า
 
ว่ากันตามหลักพระศาสนาขององค์สมเด็พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนั้น การบวชเพียงแค่มีองค์ครบทั้งมวล ก็สามารถบวชเป็นพระสงฆ์ได้ ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องการจัดงานรื่นเริงบัญเทิงต่างๆ แม้แต่น้อย
 
กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ ขั้นตอนต่อไปนี้ แถวบ้านผมจะเรียกว่า "เชียงนาค" กล่าวคือผู้ที่เตรียมตัวจะเป็นนาคเพื่อบวชเข้าพระศาสนานั่นเอง
 
เชียงนาคจะนุ่งขาวห่มขาว กินนอนประจำวัดเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน (ไม่แน่ใจ) เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวันภายในวัดนั้นๆ อีกนัยหนึ่งคือการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้จะเข้าบวช ว่ามีความสามารถที่จะอดทนต่อการใช้ชีวิตในวัดวาอารามได้หรือไม่ (ผิดธรรมดากับชีวิตปกติเดิมของคฤหัสถ์) เช่นต้องรักษาศีล, ปฏิบัติงานช่วนวัดตั้งแต่ไก่โห่ งดเว้นการกระทำอันไม่พึงงามในวัดต่างๆ, มีพฤติกรรมติดยาเสพติด หรือหนีโทษหนีหนี้มาหรือไม่เป็นต้น
 
หากผ่านพ้นไปได้ ก็จะเข้าพิธีการบวชนาค และเตรียมเข้าอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาต่อไป
 
------------------------------------------------------------------------------
 
ว่ากันด้วยเรื่องสังคมในปัจจุบัน การการบวชพระ ตัวผมเองประสบพบเจอมากับตัว ซึ่งดูเหมือนความสำคัญของพระสงฆ์กับสังคมไทยจะค่อนข้างห่างเหิน และไม่เป็นที่เคารพนับถือเหมือนเฉกเช่นแต่ก่อน
 
คุณคงเคยได้ยินข่าวเสียหายของ "คนห่มผ้าเหลือง" ที่เข้ามาสร้างความเสื่อมเสียแก่วงการพระศาสนาต่างๆ มากมาย (ไม่ขอพูดถึง) ซึ่งมันเหมือนเป็นกระจกสะท้อนสังคม ว่าปัจจุบันเราให้ความสำคัญต่อพระศาสนาในฐานะของอะไร?
 
เป็นศาสนาประจำชาติ?
 
หมายถึงศาสนาประจำสีบนธงชาติไทย?
 
หรือเป็นเพียงความเชื่องมงายของคนหัวโบราณเก่าแก่? (บาป-บุญ, นรก-สวรรค์, เครื่องรางของขลัง)
 
ประเด็นเหล่านี้ทำให้ผู้คนไขว้เขวไปไกลจากความเข้าใจที่ถูกต้องของพระศาสนา เอาเพียงแค่หลักการง่ายๆ ที่ใครก็ได้อธิบายแล้วเข้าใจได้ บางครั้งก็มีข้อบกพร่องจากความ "เข้าใจผิด" (แม้ตัวเองจะเข้าใจว่าผิด แต่มันเกิดความสงสัยเคลือบแคลงใจ จากข่าวสารที่รับเข้ามา)
 
เห็นที วิชาพระพุทธศาสนาในประเทศไทย คงต้องจัดคิวให้พระสงฆ์เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนมากขึ้น และโรงเรียนร่วมจัดกิจกรรมกับสังคมเกี่ยวกับกิจการงานวัดให้มากขึ้น บางทีอาจเป็นจุดกระตุ้นเล็กๆ ให้สังคมมีความใกล้ชิดแนบแน่นกับพระศาสนาอีกนิดก็เป็นได้
 
สุดท้ายแล้ว ลาแล้ว ลาจริงๆ

สึกออกมาก่อน แล้วค่อยเจอกันใหม่ สวัสดีครับ
(กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินท่าน ไม่ว่าจะทางกาย วาจา ใจ ขอให้ท่านได้อโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย)
 

Comment

Comment:

Tweet

where to buy the best replica louis vuitton bags ??????????? | ???????????? ??????????????????
<a href="http://www.vinculo.com.uy/itbags.html" >louis vuitton replica</a>

#2 By louis vuitton replica (192.74.232.129) on 2013-09-05 12:16

louis vuitton evidence replica deutschland ??????????? | ???????????? ??????????????????

#1 By louis vuitton replica joy (91.207.8.110) on 2013-09-02 06:08